หวัดดีคร้า ทุกๆคน~~~
ปีนี้ได้ไปลอยกระทงที่….ที่ไหนอ่ะ
ไม่รู้ว่าชื่อเป็นทางการว่าอะไร ตามที่เราเรียกก็ ท่าพระอาทิตย์ หรือไม่ก็ ป้อมพระสุเมรุ something like that
ที่จริงอยากไปลอยที่ อุทยานร.2 (จ.สมุทรสงคราม) ที่เป็นกระทงกาบกล้วย
แต่ว่าก็ไม่ได้ไป — สุดท้ายเลยได้มาที่ท่าพระอาตย์แทน หุหุ
ไปถึงตั้งแต่ยังไม่เย็น เลยได้เดินเล่นบางลำภูนินึง
ปรากฎณ์ว่าได้แว่นกันแดดมา เพราะว่าใส่คอนแทคแล้วตามันแห้งๆ
ตอนซื้อมั่นใจใส่แล้วสวย เนื่องด้วยแรงหนุนทั้งคนขาย พี่ต่ายและแม่
พอกลับมาถึงม. มั่นใจ ใส่ให้เพื่อนดู — สรุปว่าออกมาเป็นพี่เสก ซะอย่างนั้นอ่ะ เซ็งคับๆๆๆ
เอารูปที่ไปลอยกระทงมาฝากให้ดู
ปล. ถ้าช่วงนี้เอารูปลงบ่อย อย่าว่ากันเน้อ
เพราะช่วงนี้บ้าถ่ายรูปอย่างแรง ถ้าวันไหนมั่นใจว่าแต่งหน้างาม เตยถ่ายเก็บไว้ทู๊กกกกกวันเลย
ปล. 2 ขอตอบจากคราวที่แล้ว ที่เราถามคุณๆ ไว้ว่า “รักแท้ไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว แล้วมันมีได้กี่ครั้งกัน นะฮึม”
In my opinion, เราคิดว่า ต้องรู้ก่อนอ่ะ ไอ้คำว่ารักแท้ นี่แปลว่าอะไร มันต่างกับรักคำเดียวยังไงบ้าง
ซึ่งแต่ละคนก็คงนิยามคำว่ารักแท้ ไว้ไม่เหมือนกันซะทีเดียวนะ
สำหรับเรา รักแท้มันเป็นความรักที่จริงใจ ไม่ใช่ลุ่มหลง หมกมุ่น
ไม่คาดหวังว่าว่าคนที่เราให้ความรักไปแล้วต้องตอบแทน หรือทำอะไรให้เรากลับมาบ้าง (อารมณ์ว่า ทำบุญอย่าหวังผล)
และที่สำคัญรักแล้วต้องไม่ทำร้ายตัวเองไม่ว่าทางใดก็ตาม
บางคนปากบอกว่ารักคนนี้มากมาย ขาดไม่ได้ พอเค้าทิ้งไปแล้วจะตาย อันนี้สำหรับเรา เราว่ามันไม่ใช่ความรักนะ
เราเลยคิดว่า ถ้ารักแท้จริงๆเนี่ยมันมีได้เป็น infinity ครั้งเลย
– ไม่ว่า รักแม่ รักพ่อ รักพี่ รักเพื่อน รักแฟน(คนอื่น) รักแมว รัก…… และที่สำคัญ(อีกแล้ว) รักตัวเองให้เป็น นั้นถึงจะเป็นรักแท้นะ
ไหนๆ ก็มีอารมณ์พิมพ์แล้ว ขอพิมพ์ต่อเลยละกันนะ …อ่านกันยาวนินึงนะพี่น้อง (จริงๆกะว่าจะเอาเป็นหัวข้อเขียนคราวหน้า)
ณ ถึงบัดนี้แล้วเนีย ที่เราได้ห่างหายการมีแฟนไปเกือบปีแล้ว
ถ้าดูแบบผ่านๆ อาจจะคิดว่า เราเนี่ยอยากมีแฟนมากมาย แต่ถ้าถามแบบลึกๆเอาเข้าจริงนะ
ตอนนี้เราว่า เรายังไม่พร้อมที่จะมีใครนะ ถ้าเอาแบบคุยเล่นๆก็คงได้ แต่ว่าเราขี้เกียจคุยอ่ะ (เอาเวลามานอนดีกว่า)
เราว่า เราพึ่งรู้จักกับคำว่ารักตัวเองได้ไม่นาน พึ่งรู้จักว่าความรักที่สมดุลควรจะเป็นยังไง
พึ่งรู้ว่า การมีชิวิตอยู่บนโลกนี้แบบ base on ความเป็นจริง
และที่สำคัญ เราพึ่งรู้จักการยอมรับความจริงได้ไม่นาน
สำหรับบางคน อาจจะรู้ว่านานแล้วว่า การใช้ชีวิตอยู่เนี่ย ควรทำยังไง
แต่เราพึ่งจะรู้เอง ถึงแม้ว่าเราจะใช้เวลาในการเรียนรู้ที่ปาเข้าไปก็ประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิต ( 23 ปี)
แต่เราว่ามันคุ้มค่านะที่ชีวิตที่เหลืออยู่อีก 2 ใน 3 เราจะรับได้กับความจริงต่างๆที่จะผ่านเข้ามา
อะไรที่เราคิดว่า มันเป็นที่สุดแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป มันจะกลายไป เฉยๆอ่ะ เพราะเราผ่านมันมาได้แล้ว
บางครั้งมองกลับมา ที่เสียน้ำตาจนคิดว่าน้ำในตัวแทบจะหมด
ที่นอนไม่ได้ เพราะฝันร้าย
ที่กินไม่ได้ เพราะกลืนไม่ลง
ที่นั่งเป็นอีบ้าอยู่ได้ตั้งนาน สองนาน เพราะ….. อันนี้ไม่รู้อ่ะ (อาจจะบ้าเป็นปกติอยู่แล้ว)
ตอนนี้กลับมาคิด ก็แอบฮาตัวเองเล็กน้อยที่ทำไปได้เนอะ แต่ก็คิดในใจแล้วว่า มันจะเป็นแบบนั้นแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ON MORE
…..อ่านหนังสือมาก็เยอะ แต่ว่ามันจะไม่มีค่าอะไร
ถ้าอ่านแล้วปล่อยให้มันผ่านไป เสียทั้งเงินที่ซื้อ เสียทั้งเวลาที่อ่าน
ในทางกลับกัน ถ้าอ่านแล้วคิด แล้วเอามาปรับให้เข้ากับตัวเอง เราว่ามันได้ประโยชน์มากมาย
เอาหล่ะ พอแค่นี้ก่อนดีกว่า เอารูปมาลงให้ดูดีกว่าเนอะ